หมายถึง วัตถุบินได้ที่ไม่ปรากฎหลักฐาน เห็นในแนววิถีของท้องฟ้า มีกลไกการเคลื่อนที่และเปล่งแสงออกมาได้ ซึ่งไม่สามารถอธิบายตามหลักการ และเหตุผลปกติได้
ยูเอฟโอ หรือ วัตถุบินไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ เป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์การทหาร บัญญัติโดย กองทัพอากาศสหรัฐ (USAF : United States Air Force) หมายถึง วัตถุบินที่มีอยู่จริงหรือสังเกตเห็นได้ แต่ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นอะไร ทั้งโดยผู้สังเกตการณ์และการสืบสวนสอบสวน
ยูเอฟโอจำนวนมาก แม้ว่าถูกระบุเป็น วัตถุบินไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ เมื่อแรกสังเกตพบ หรือเมื่อตรวจสอบแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบอีกครั้งด้วยวิธีที่ดีกว่า หรือด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น กลับระบุได้ว่าเป็น วัตถุบินสามารถระบุเอกลักษณ์ (IFO : Identified Flying Object) บางกรณีอาจเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ และบางกรณีอาจเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งโดยไม่ตั้งใจให้เข้าใจผิดหรือตั้งใจปลอมให้เข้าใจผิด
คำศัพท์อื่นที่เกี่ยวข้องมากที่สุดคือ จานบิน บัญญัติโดย เคนเนธ อาร์โนลด์ ซึ่งอ้างถึงวัตถุบินลึกลับที่เขาพบขณะขับเครื่องบินส่วนตัวบนท้องฟ้าเมื่อ พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) ว่า "... เคลื่อนไหวคล้ายจานรองถ้วยที่นำไปร่อนไปบนผิวน้ำ ..." ปรากฏการณ์ ที่ไม่ปกติทางอากาศ มีรายงานการพบเห็นตลอดทุกช่วงประวัติศาสตร์ บางส่วนเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องสงสัย ส่วนใหญ่ได้แก่ ดาวหาง ดาวตกสว่าง ดาวเคราะห์ดวงใดดวงหนึ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่า อุปราคาของดาวเคราะห์ หรือปรากฏการณ์ภาพลวงตาในชั้นบรรยากาศที่สั่นไหว เช่น ซันด๊อก (ทรงกลดแบบพิเศษ) หรือ เมฆรูปเลนส์ เช่น ดาวหางฮัลเลย์ ซึ่งถูกบันทึกครั้งแรกโดยนักดาราศาสตร์ชาวจีนเมื่อ 240 ก่อนคริสตกาล และอาจก่อนหน้าถึง 467 ก่อนคริสตกาล เนื่องจากเป็วัตถุไม่เกิดเองตามธรรมชาติ ที่ลักษณะปรากฏไม่สอดคล้องกับสิ่งประดิษฐ์ใดของมนุษยชาติ จึงมักเชื่อมโยงและเชื่อว่า ยูเอฟโอ เป็นเครื่องมือ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นยานพาหนะ ของมนุษย์ต่างดาว ที่ใช้เดินทางมายังโลก เพราะจุดประสงค์ที่ไม่สามารถชี้ชัดได้
อย่างไรก็ตาม มักเข้าใจผิดว่ายูเอฟโอทั้งหมด หมายถึง จานบิน(ของมนุษย์ต่างดาว) แต่โดยทางนัยตรง แท้จริงแล้ว ยูเอฟโอบางส่วนอาจไม่เข้าข่ายจานบิน เพราะอาจระบุได้ภายหลังว่าเป็นวัตถุบินสามารถระบุเอกลักษณ์ เช่น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ฯลฯ
รายงานและหลักฐานการพบเห็นหรือเผชิญหน้ากับยูเอฟโอหรือปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ มีตั้งแต่ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ หลายแห่งทั่วโลก แม้แต่ในประเทศไทย แต่รายงานในสมัยใหม่เริ่มเผยแพร่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยลูกเรือเครื่องบินฝ่ายพันธมิตรพบเห็นวัตถุบินที่เรียกกันภายหลังว่า ฟูไฟเตอร์(foo fighter) เมื่อ พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) หรือ การพบเห็นจรวดผี(ghost rockets) โดยมหาชน หลังจากการเปิดเผยที่ในวงกว้างครั้งแรก ในสหรัฐอเมริกา โดย เคนเนท อาร์โนลด์ เมื่อกลาง พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) รายงานการพบเห็นทั่วไปมีมากขึ้น รายงานนับหมื่น ทั้งเรื่องจริง เข้าใจผิด และเรื่องแต่ง เกิดขึ้นทั่วโลก
สำหรับในประเทศไทย คำเรียกอื่นในภาษาไทยได้แก่ จานผี และ วบกอม ทั้งสองคำเกิดในสมัยที่ยูเอฟโอเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศไทย ประมาณ พ.ศ. 2530 คำว่า "จานผี" เป็นคำอธิบายลักษณะที่ปรากฏ ส่วนคำว่า "วบกอม" เป็นคำย่อ โดยนิตยสารวิทยาศาสตร์ไทยหลายเล่ม เช่น นิตยสารชัยพฤกษ์ เทียบกับการใช้คำย่อ UFO ในภาษาอังกฤษ ย่อมาจากกลุ่มคำว่า "วัตถุบินที่กำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้" ซึ่งใช้ในหนังสือในวงการวิทยาศาสตร์อย่างแพร่หลายในช่วงนั้น ปัจจุบันหนังสือเกี่ยวกับยูเอฟโอในภาษาไทยน้อยเล่มยังคงเรียกว่า "วบกอม" ในหมู่ผู้ที่คุ้นเคยแต่เดิมเท่านั้น
ตั้งแต่ คำนี้เผยแพร่ก็ถูกโยงให้เกี่ยวข้องอย่างมากกับจานบินและยานอวกาศต่างดาว แม้ว่าวัตถุบินลึกลับอาจจัดจำแนกเป็นยูเอฟโอได้ตามลักษณะที่ปรากฏโดยไม่ เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว การสืบสวนยูเอฟโอทางการทหารและพลเรือนส่วนใหญ่สรุปว่า วัตถุบินจำนวนมากสามารถระบุเอกลักษณ์ได้ ทั้งโดยตรงและโดยหลักการของออคแคม
เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับยูเอฟโอที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด เกิดเมื่อ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2490 โดยวัตถุที่เชื่อว่าเป็นยูเอฟโอ ตกกระแทกพื้นเสียหายที่ทะเลทรายในเมืองรอสเวลล์ มลรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา มีพยานพบเห็นและหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอที่อ้างว่าเกี่ยวข้องถูกเผยแพร่มาก แต่ทางกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาอ้างว่าเป็นบอลลูนตรวจอากาศ ซึ่งคนจำนวนมากไม่เชื่อและก่อให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดหลายแนวคิด
Alien
หมายถึง ผู้หนึ่งผู้ใดที่มิได้กำเนิดบนดาวเคราะห์โลก โดยถือว่าอาจมาจากที่ใดก็ได้จากนอกโลก ในอวกาศ เรียกว่า มนุษย์ต่างดาว ทั้งนี้มิได้เจาะจงในเรื่องระบบชีวิต ระดับความคิด และ รูปแบบที่ชัดเจน เป็นการเรียกโดยรวม ต่างจากคำว่า Extraterrestrial Intelligence (สิ่งทรงปัญญาในจักรวาล) ซึ่งเจาะจงเป็นสิ่งใดก็ตาม ต้องมีเชาว์ปัญญาไหวพริบ ไม่น้อยไปกว่่ากว่าระดับของมนุษย์
มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าฉงน และชวนคิดเป็นอย่างมาก เพราะหากเปรียบเทียบโลกของเรากับจักรวาลแล้ว เราเป็นเพียงเศษเสี้ยว และยังมีดาวดวงอื่นในจักรวาลอีกหลายล้านๆดวง แบบนับไม่ถ้วน โลกเรานั้นโดดเดี่ยว และมีสิ่งมีชิวิตเพียงดวงเดียวของจักรวาล หรือว่า ยังมีสิ่งมีชีวิตที่ดาวอื่นอีก แต่อาจอยู่ห่างกันมาก เป็นหลายล้านปีแสง (คือเดินทางได้เร็วเท่าแสง ยังใช้เวลาอีกเป็นล้านปีกว่าจะไปถึง) และเราก็ยังไม่มีความสามารถจะค้นพบและไปถึงกันแน่ อันนี้น่าคิดเป็นอย่างมาก เพราะนับถึงปัจจุบัน วิวัฒนาการของเราก็ไปได้แค่ดาวอังคาร คือถัดจากเราไปเพียงไม่กี่ดวงเท่านั้น
แต่ถ้าตามหลักพุทธ ซึ่งเป็นหลักแห่งธรรมชาติ พูดถึงจักรวาล ตั้งแต่ก่อนที่ กาลิเลโอ จะค้นพบกล้องส่องดูดาวเป็นพันปี และยังพูดถึงมีผู้บรรลุนิพพาน เหมือนพระพุทธเจ้าในจักรวาลนี้ มากกว่าเม็ดกว่าเม็ดทรายในมหาสมุทรเสียอีก ซึ่งเหมือนจะแปลว่า มีสิ่งมีชีวิตในจักรวาลอีกมากมายอีกนับไม่ถ้วน หรือว่าเพราะจิต เดินทางเร็วกว่าแสง อย่างที่เขาว่ากันแน่นะ เรื่องเหล่านี้ คงต้องรอวิทยาศาสตร์พิสูจน์กันต่อไป
มนุษย์ต่างดาว (Alien) เป็นสิ่งที่เชื่อว่าอาจมีอยู่จริงแต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ ลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลก ซึ่งในความคิดของคนส่วนใหญ่ มักจะวาดภาพ มนุษย์ต่างดาว ลักษณะคล้ายคนแต่ ตัวเขียว หัวโต ตาโต เคยมาเยือนโลกโดยมากับ มนุษย์ปัจจุบันยังไม่ได้ข้อพิสูจน์เรื่องมนุษย์ต่างดาว แต่ก็ยังมีจินตนาการภาพลักษณ์ของมนุษย์ต่างดาวที่ได้ในสื่อต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ นิยาย การ์ตูน และ วีดีโอเกม
ที่มา : University of Colorado at Boulder

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น