27 พฤศจิกายน 2553

เฝ้าดูท้องฟ้า

          ถ้าหากคุณมีความอดทน เฝ้าได้นานพอ ก็อาจจะพบเห็นสิ่งแปลกประหลาดบนท้องฟ้า แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะได้เจอ บางทีมันอาจไม่เหมาะกับคุณ เพราะต้องใช้ความอดทนอย่างมาก และก็ต้องชอบเรื่องเกี่ยวกับดาราศาสตร์ด้วย และนี่คือสิ่งที่คุณจะต้องรู้ไว้ถ้าสนใจจะศึกษาเรืองนี้อย่างจริงจัง…

 คำแนะนำ

ก่อนที่ท่านจะเฝ้าดูท้องฟ้าคุณควรจะศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ก่อน....

มีจุดที่เหมาะสม : คุณควรหาที่ใดที่หนึ่งที่ท้องฟ้ามืด คือ ให้ห่างจากแสงสว่างในเมืองหรือในท้องถนน เพื่อจะได้เห็นดาวได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และก็ไม่ควรเป็นที่ที่มีเมฆปกคลุมหนานัก และก็ดูบนท้องฟ้าเสมอ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
จุดที่ปลอดภัย : ก่อนที่จะดูที่ไหนคุณควรจะขอเจ้าของที่เสียก่อน โดยเฉพะในยามราตรีและจะปลอดภัยที่สุดถ้าการเฝ้าดูท้องฟ้าของคุณจะเป็นในวันหยุดฤดูร้อน
อุปกรณ์ : เราควรจะมีกล้อง 2 อัน หรือกล้องส่องทางไกลสำหรับทุก ๆ คนเพื่อจะได้ไม่ต้องแย่งกันดูภาพ และที่นั่งที่สบายๆไปด้วยเพราะคุณจะต้องนั่งนานหลายชั่วโมง

คำเตือน(รู้ไว้จะได้ไม่เข้าใจผิด)

สิ่งไม่อาจจำแนกได้



          เมื่อเราเห็นอะไรที่แปลกประหลาดแล้วส่วนใหญ่เรามักจะเข้าข้างตัวเองว่ามันเป็น UFO แต่เมื่อความจริง ปรากฏออกมา 95% มันเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ แต่มีเพียง 5% เท่านั้นที่ยังไม่สามารถรู้แน่ว่ามันเป็นอะไร แต่สิ่งที่เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นอะไรนั้น มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น UFO เสมอไป



นกเรืองแสง 


         

          ถ้าเราไม่สังเกตให้ดีแล้วเหตุการณ์นี้ก็เป็นที่น่าขบขันอย่างยิ่ง เช่นเรื่องของ นักเฝ้าดูท้องฟ้า 2 คนที่เมืองนอร์ทแฮมตันไซร์หลงผิดคิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นUFO
          แต่เมื่อมีการสำรวจแล้วพบว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นนกเค้าแมวที่กินเห็ดเรืองแสงชนิดหนึ่ง เข้าไปจึงทำให้มันปล่อยแสงเรืองๆ ออกมาในที่มืด


น้ำในอวกาศ 


  

          เมื่อมนุษย์อวกาศขึ้นไปกับยานอพอลโล 2  ได้รายงานว่าพวกเขาได้เห็นวัตถุเรืองแสงที่ไม่อาจ อธิบายได้ และก็ได้ถ่ายรูปเห็นเพียงรางๆเท่านั้น

          ต่อมาวัตถุนั้นกลับปรากฏออกมาว่าเป็นกลุ่มน้ำที่ถูกฉีดออกมาจากยานของพวกเขา ในระหว่างการโคจรรอบก่อนหน้านี้และภาพถ่ายนั้นก็เป็นภาพของดาวเทียมรัสเซียที่ ยิงขึ้นไปเมื่อ 2 - 3 ปีก่อน

 

 

เป็นแค่เครื่องบิน

 

 

           เราสามารถที่จะแบ่งประเภทสิ่งที่มนุษย์เข้า ใจผิดว่าเป็น UFO ออกได้เป็น 2 ชนิด คือ สิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น ทั้งขับเองและไม่ได้ขับ หรือปรากฏการณ์ธรรมชาติจากดาวตกจนถึงรูปแบบของบรรยากาศ

          สิ่งที่ทำให้เราเข้าใจผิดว่าเป็น UFO บางครั้งก็เป็นเพียงแค่ เครื่องบินธรรมดา เช่นเครื่องบินทิ้งระเบิดของ U.S.A. ที่มีลักษณะแบนราบจึงดูคล้ายกับ UFO รูปไข่ ถ้าเรามองจากด้านข้างของมันและยานอวกาศสเตลย์ซึ่งมีปีกสีดำและไม่สามารถเห็นได้ในจอเรดาร์ จึงทำให้ผู้คนคิดว่าเป็น UFO ชนิดแบนราบ ซึ่งตอนนี้ก็มีการเปิดเผยตัวต่อสาธารณชนแล้วแต่ก็ยังมีข่าวเกี่ยวกับยานออโรรา ซึ่งยืนยันกันว่ามีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมสีดำ ขนาดใหญ่จึงเป็นสาเหตุให้ผู้คนคิดว่าเป็นจานบินกันมากขึ้น และภาพเหล่านี้เองทำให้เราคิดไปเอง ว่าได้มองเห็น UFO

ศษชิ้นส่วนที่ถูกเผาไหม้


          เพราะว่านาซา(NASA) หรือองค์การอวกาศอื่น ๆ ส่งดาวเทียมขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศแต่ไม่ได้หมายความว่า มันจะไม่ตกกลับลงมาบนพื้นโลกและเศษวัตถุที่ตกลงมาก็มีการเผาไหม้เป็นปกติธรรมดา และมันก็ทำให้บางคน เข้าใจผิด คิดว่าเป็นวัตถุแปลกประหลาด ?



บรรยากาศที่แปลกประหลาด


          ลักษณะของสภาพอากาศที่แปลกประหลาดก็สามารถทำให้เราคิดว่าเป็น UFOได้และภาพที่มีชื่อเสียง มากที่สุดคือ "กลุ่มเมฆที่มีลักษณะเป็นเลนส์" ซึ่งมักจะรวมตัวกันแน่นหนามีขอบกลมและมักจะถูกทำขึ้น เป็นชั้นจากการกระทบกันของอากาศที่ร้อนและเย็นจึงเห็นว่าเหมือนกับจานบินไม่มีผิด



          กลุ่มเมฆน็อคติลูเซนท์(NoctilucentClouds) คือกลุ่มไอน้ำที่เบาบางมารวมตัวกันอยู่รอบ ๆ ฝุ่นและลอยตัวอยู่ ในบรรยากาศที่สูงขึ้นไปเมื่อมันต้องแสงดวงอาทิตย์ที่กำลังอัสดง มันก็จะส่องแสงเรืองรองออกมาซึ่งเมฆที่ว่านี้ก็ เกิดขึ้นได้ยาก

  ก็อย่าคิดว่ามันเป็นยานของมนุษย์ต่างดาวแล้วกัน…

 

 

 ที่มา : http://www.skn.ac.th/skl/skn42/ghost55/ufo.htm

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น